5 ประเด็น แมนยู พ่าย อาร์เซน่อล-ข่าวฟุตบอล

ข่าวฟุตบอล-*พลังแฝง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดอาการขัดข้องเมื่อโดนทีเด็ด อาร์เซน่อล บุกมายัดเยียดความปราชัยด้วยสกอร์ 0-1 ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นชัยชนะทีแรกของ “เดอะ กันเนอร์ส” ถึงบ้าน “ซาตานแดง” ในรอบ 14 ปีเกมลีกเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

เกมนี้ ไม่เกล อาร์เตต้า วางหมากอย่างรัดกุมจัดแจงเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่มือทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ส่วนช่วงหลัง “ผีแดง” ยังคงเดินหน้าเพื่อหวังทำประตูให้ได้ แต่แล้วหายนะก็เกิดขึ้นเมื่อ ปอล ป็อกบา ทำเสียจุดลูกโทษ และเป็น ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง จัดการซัดไม่เหลือซาก

สามแต้มในแมตช์นี้ทำให้ แมนฯ ยูฯ แพ้ อาร์เซน่อล คาบ้านในเกมพรีเมียร์ลีก ทีแรกนับตั้งแต่กันยายน 2006 แล้วก็เป็นการจบสถิติไม่เคยเสียทีให้กับกองทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” 13 แมตช์ต่อเนื่องกัน (ชนะ 8, เสมอ 5) เวลาที่ อาร์เซน่อล สามารถบุกชนะกลุ่ม “บิ๊กซิกข์ซ์” ในเกมลีกได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เมื่อมกราคม 2015 จบสถิติไรัชัย 29 เกมต่อเนื่องกัน (เสมอ 10 แพ้ 19 เกม)

  1. ปาร์เตย์ บดบังรัศมีแดนกลางแมนยู ข่าวฟุตบอล

ช่วงนี้ดูเหมือนกับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำต้องหากองกลางที่สามารถทำผลงานได้ดีในการรับผิดชอบเกมรับ รวมทั้งมีส่วนต่อเกมรุก ซึ่งนักเตะอย่างงี้ อาร์เซน่อล มีให้มองเห็นแล้วนั่นก็คือ โธมัส ปาร์เตย์ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากๆแล้วก็จัดแจงแผลมิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” ได้อยู่หมัด

 

“เดอะ กันเนอร์ส” ไม่มี กรานิต ชาคา และ ดานี่ เซบายอส ในดินแดนกึ่งกลาง โดย อาร์เตต้า เลือกใช้งาน โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ยืนคู่กับ ปาร์เตย์ โดยผลงานจากมิดฟิลด์กลุ่มชาติกานา แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม ที่ปรึกษาชาวสแปนิช กับ เอมอง (ผู้อำนวยการข้างวิธี) ถึงสะกิดกระดานบริหารให้ทุ่มเงินถึง 45 ล้านปอนด์ (ราว 1,710 ล้านบาท) เพื่อคว้านักเตะรายนี้มาร่วมทีม

ในส่วนของเกมรับ ปาร์เตย์ เล่นด้วยความขยันขันแข็ง, ไล่บี้ไล่บีบคั้นจนกระทั่งสามารถหยุดการผ่านบอลขึ้นเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด, เอาชนะการทิ่มสกัดได้ตลอด จัดการบดบังรัศมีของ ปอล ป็อกบา จนอยู่มือ รวมไปถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้เลย

 

นอกจากนี้ ปาร์เตย์ ยังแสดงให้เห็นเคล็ดลับที่เต็มไปด้วยคุณภาพ สามารถขยับไปเล่นในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงกองกลางไม่ว่าจะแปรไปยืนทางกราบก็ไม่มีปัญหา หรือจะขยับดันเกมบุกเพื่อสร้างโอกาสให้กับทีมก็ยอดเยี่ยม ด้วยเหตุนี้สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” อาจจะยิ้มกริ่ม เพราะในขณะนี้นักเตะกลายเป็นหัวใจในแดงกลางของ อาร์เซน่อล ไปแล้ว

ผลงานของ ปาร์เตย์ ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ รอย คีน ตำนานกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงต้องการเห็นเขาใส่เสื้อกองทัพ “ปีศาจแดง” แถมยังชมเชยว่าในอนาคตจะเก่งฉกาจเหมือน ปาทริค วิเอร่า ตำนานมิดฟิลด์อาร์เซน่อล

 

  1. ความไม่รอบคอบนำไปสู่ความเสียหายมหันต์ ข่าวฟุตบอล

เกมนี้ ปอล ป็อกบา ทำผลงานได้ในระดับที่เรียกว่าน่าพึงพอใจในตอนครึ่งแรก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สร้างช่องทางให้กับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มมากนัก แต่ว่าการช่วยคุมจังหวะเกม และก็พยายามที่จะดันเกมบุกเพื่อบีบคั้นแนวรับอาร์เซน่อล ก็จัดว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ในตอนช่วงหลัง ดูเหมือนกับว่า ป็อกบา จะเล่นบอลแบบโฉ่งฉ่างไปหน่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่ต้องเล่นเกมรับในเขตโทษ ซึ่งถ้าหากเป็นนักฟุตบอลที่มีสมาธิรวมทั้งมีความนิ่ง จะพยายามที่จะคิดวิเคราะห์ทุกครั้งที่จะเสียบสกัดคู่แข่ง เพราะถ้ากำเนิดความผิดพลาดนั่นหมายถึงหายนะทันที

สำหรับ ป็อกบา จำเป็นต้องบอกเลยว่าในจังหวะอย่างนี้เจ้าตัวใจร้อนมากเกินไป เมื่อปลดปล่อยให้ เอ็คตอร์ เบเยริน ได้โอกาสได้จับบอลในเขตโทษ รวมทั้งแทนที่เขาจะใช้สมาธิสำหรับเพื่อการวิ่งเข้าไปแทรก หรือทำให้คู่แข่งเสียจังหวะ แต่ดันตกลงใจยื่นขาสกัดแบบไม่มีศิลป์ ซึ่งก็เข้าทาง ดาวเตะชาวสแปนิช ที่พร้อมโดนเตะเพื่อลงไปนอนเกลือกอยู่แล้ว

ในส่วนของความผิดพลาดที่ส่งผลให้เกิดความปราชัยในเกมนี้ ป็อกบา ก็เห็นด้วยอย่างลูกผู้ชายว่าตนเองขาดความนิ่ง รวมทั้งตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบ แน่ๆว่านี่ไม่ใช่คราวแรกที่ สตาร์ทีมชาติประเทศฝรั่งเศส เข้าบอลพรวดพราด รวมทั้งอาจจะไม่ใช่หนสุดท้าย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ จอมบุกแชมป์โลก จำเป็นต้องกลับไปทวนก็คือการเล่นให้นิ่ง และก็มีสติมากกว่านี้

  1. อาร์เตต้า วางแท็คติกรัดกุม, แมนยู ไม่มีความกดดัน

จำต้องสารภาพว่าสำหรับการเจอกับทีมใหญ่ อาร์เตต้า วางหมากได้รัดกุมมากมายๆโดยกลุ่มของเขาไม่มีความจำเป็นต้องย้ำการเล่นเกมบุก และก็การครองเกมเท่าไรนัก แต่ว่าพยายามที่จะเล่นด้วยความแน่นอน แล้วก็ใช้จังหวะสวนกลับสำหรับเพื่อการจัดการคู่ปรับที่มีเกมรุกเหนือนกว่า ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดีในแมตช์นี้

เกมนี้บรรดาแม่ทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” เล่นได้ตามระบบที่ อาร์เตต้า วางเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว โดยเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมบุกเข้ามาในแดนของพวกเขา บรรดานักฟุตบอลจัดการไล่บี้กดดัน รวมทั้งแย่งเอาบอลมาได้ตลอด ทำให้เกมรุกของ “ผีแดง” แทบจะไม่สามารถเข้ามาสร้างความหวาดเสียวได้มากนัก

ที่สำคัญในจังหวะที่ อาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำทุกอย่างก็เข้าทางกลุ่มเยี่ยมโดยทันที เพราะว่าพวกเขาให้โอกาสให้เจ้าของบ้านได้บุกเยอะขึ้น เพื่อได้มีพื้นที่สำหรับเพื่อการสวนกลับ โดยแผนนี้เคยประยุกต์ใช้กับ หงส์แดง ในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และสำเร็จซะด้วย

ในเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งใจเล่นแผนไดมอนด์ หรือ 4-2-3-1 ด้วยการใช้ เฟร็ด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ เพื่อหวังจัดแจงกับดินแดนกลางของ อาร์ซน่อล โดยมี ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส รอเดินเกมบุก แต่ว่าไม่เป็นผล ด้วยเหตุว่า ขว้างร์เตย์ กับ เอลเนนี่ จัดแจงบังรัศมีแผงกองกลาง “ผีแดง” จนกระทั่งอยู่มือ

การที่ โซลชา ตกลงใจส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แทน แฟร์นันด์ส ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถครอบครองเกมดินแดนกึ่งกลางได้มากเพิ่มขึ้นแต่ว่าในที่สุดก็ไม่อาจจะบีบคั้นแนวรับของ อาร์เซน่อล ได้มากนัก ขณะที่กองหน้าดูเหมือนกับว่า เมสัน กรีนวู้ด กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ไม่สามารถสร้างความหวาดเสียวได้เลย ด้วยเหตุนี้ถ้าเกิดกลุ่มมี อองโตนี่ มาร์กสิยาน เกมบุกคงมีความหลากหลายแล้วก็น่ากลัวมากกว่านี้

ข่าวฟุตบอล-ข่าวฟุตบอล-fifa555

  1. แก้เกมช้า, ตัวสำรองไม่มีประสิทธิภาพ

โซลชา อาจจะได้รับคำชื่นชมเป็นกระบุงโกยสำหรับในการจัดกลุ่มตัวจริง และก็ตัวสำรองแมตช์ที่ออกไปเยี่ยม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แล้วก็ต่อกร แอร์เบ ไลป์สิกข์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช แต่สำหรับแมตช์ล่าสุดแท็คติกของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า

น่าแปลกใจที่ เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ ที่เล่นไม่ออกเลยตลอดครึ่งแรกแต่ว่าพวกเขาได้อยู่ในกลุ่มถัดไปในตอนช่วงหลัง จนถึงในที่สุด โซลชา ทนไม่ได้จำต้องตกลงใจถอด มิดฟิลด์ชาวบราสิเลียน ออกและส่ง เนมานย่า มาติเตียนช ลงมาแทน แม้กระนั้นการแก้เกมนับว่าช้าเกินความจำเป็นเพราะนักฟุตบอลที่ลงมาใหม่ไม่มีเวลามากพอในการแปลงเกม

ขณะเดียวกันต้องสารภาพว่าในแมตช์นี้ กรีนวู้ด จะต้องพบกับเหตุการณ์เหนื่อยยากสำหรับในการผ่านด่านสุดหินของ กาเบรียล มากัลเญส กับ ร็อบ โฮลดิ้ง เหมือนกันกับ แฟร์นันด์ส ที่ไม่สามารถที่จะร่ายมนต์เพลงลูกหนังราวหลายๆเกมก่อนหน้านี้ แถมจังหวะสร้างช่องทางก็แทบจะไม่มีให้มองเห็น

 

ในส่วนของเกมรับ แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์ ก็ทำเป็นตามมาตรฐานของตนเอง แต่ว่าโชคร้ายที่หน้าที่สำหรับในการเล่นเกมรุกไม่ค่อยมีมากสักเท่าไรนัก เหมือนกับ วิคโคนร์ ลินเดอเลิฟ ที่มิได้มีความเด่นอะไรมากสักเท่าไรนักทั้งยังเกมรับ รวมทั้งรุก สวนกับ อาร์เซน่อล ที่เล่นได้อย่างดียิ่งรวมทั้งมีระเบียบระเบียบในการเล่นตลอดทั้งเกม

สำหรับในการส่ง เอดินสัน คาวานี่ เพื่อหวังจะมาช่วยสร้างความหลากหลายในดินแดนหน้าร่วมกับ แรชฟอร์ด ก็จำต้องพูดว่าโชคร้ายสุดๆเนื่องจากว่า จอมเก๋าชาวอุรุกวัย มีเวลาไม่นานนักในการข่มขู่เกมรับกลุ่มเยี่ยม แถมแผนสำหรับในการเล่นเจาะตามช่องก็ทำเป็นไม่ดี สุดท้ายจะต้องใช้วิธีวางบอลยาว ซึ่งแน่ๆว่าเข้าทาง อาร์เซน่อล ที่เก็บกินเรียบวุธ

 

  1. ฟอร์มในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด น่าผิดหวังข่าวฟุตบอล

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าผิดหวังมากมายๆในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดู 2020/2021 ก็คือฟอร์มการเล่นใน “โรงละครที่ความฝัน” ซึ่งครึ่งหนึ่งสนามที่นี้เป็นที่น่ายำเกรงของบรรดากลุ่มเยี่ยมทั้งยังในแล้วก็เมืองนอก

 

ถ้าจะกล่าวถึงว่าเป็นเพราะการที่จะต้องเล่นแบบปิดสนามไม่มีกองทัพ “เร้ด อาร์มี่” รอแผดเสียงกระตุ้นกลุ่ม ทำให้ฟอร์มการเล่นของกองทัพ “อสุรกายแดง” ไม่รุนแรงก็กล่าวได้ไม่เต็มปาก เพราะกลุ่มอื่นๆก็จะต้องพบกับสถานการณ์เดียวกัน แต่ว่าพวกเขายังโชว์ฟอร์มได้อย่างเร่าร้อนโดยเฉพาะ หงส์แดง ที่ในเวลานี้รั้งผู้นำฝูงลีก

ผลงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของพวกเขาในฤดูกาลนี้จะต้องบอกเลยว่าย่ำห่วยแตกสุดๆเริ่มด้วยการแพ้ให้กับ “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ 1-3 และก็ตามด้วยโดน “ไก่เดือยทองคำ” ไล่ยำใหญ่ สกอร์ 1-6 ก่อนที่จะทำเป็นแค่เพียงเสมอ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” เชลซี แบบไม่มีสกอร์ แล้วก็ปัจจุบันก็โดน อาร์เซน่อล บุกมาคว้า 3 คะแนน

สวนกับผลงานในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสามารถไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์สิกข์ สกอร์ 5-0 ได้สบายๆซึ่งดูเหมือนกับว่านี่เป็นฟอร์มที่คุ้นหน้าสำหรับแฟนบอล “ซาตานแดง” แต่ว่ากับการเล่นในพรีเมียร์ลีกแปลงเป็นหนังคนละม้วน เนื่องจากฟอร์มใน “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม” 4 แมตช์ กลุ่มแพ้ไปถึง3 เกมเสมอ 1 และก็สะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย

ฉะนั้นในขณะนี้สิ่งที่ โซลชา รวมทั้งสมาชิกจำต้องทำก็คือการเรียกฟอร์มเก่งในบ้านกลับมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากถ้าพวกเขาต้องการบรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะหัวข้อการครองแชมป์ หรือวิธีการทำชั้นติดท็อปโฟร์ ผลงานเกมเหย้าจะต้องทำให้ดียิ่งกว่านี้

คนไหนกันจะไปมีความคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสะกดคำว่าชนะกับการเล่น 4 เกมแรกในลีกที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มิได้เลย ซึ่งนี่นับว่าเป็นหนแรกนับตั้งแต่ฤดู 1972/1973 โดยฤดูกาลนั้นพวกเขาจบชั้น 18 ในตารางลีก !!! นับว่าเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริงข่าวฟุตบอล

 

สนใจสมัครร่วมเดิมพันได้ที่ FIFA55

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  @fifa55prime