5 ประเด็น ลิเวอร์พูล เสมอ แมนซิตี้-ข่าวฟุตบอล

หงส์แดง ทำผลงานได้ดิบได้ดีในระดับหนึ่งในการบุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ข่าวไม่ดีก็คือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับบาดเจ็บ และก็จะต้องลุ้นหนักว่าจะเจ็บหนักแค่ไหน ข่าวฟุตบอล

เกมนี้ “ลิเวอร์พูล” มาแปลกเมื่อ พบร์เก้น คล็อปป์ ส่งแนวรุกลงสนามพร้อมกับ 4 คน ซึ่งก็ทำให้เกมรับของเจ้าของบ้านป่วนปั่นในตอนต้นครึ่งแรก แต่กระนั้นในตอนช่วงหลัง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรับหมากมาประมือได้ดีขึ้น รวมทั้งทำให้ “เรือใบสีฟ้า” สร้างช่องทางทำประตูได้มากเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้อยู่ที่ด้านหลังครึ่งแรก จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลไปโดนแขน โจ โกเมซ ก่อนที่จะท่านเปาจะเช็ควีเออาร์แล้วก็ให้เป็นจุดโทษ แม้กระนั้นน่าเสียดายที่ ผู้นำกองทัพกลุ่มชาติเบลเยียม ดันยิงออกเสาเฉย ซึ่งถ้าจังหวะนี้เป็นประตู ช่วงหลังรูปเกมอาจจะแปรไป แล้วก็ “หงส์แดง” คงกดดันหนักมากกว่านี้

สำหรับการจบแบบเสมอกัน 1-1 แม้ว่าจะทำให้ “เดอะ เร้ดส์” ตกมาอยู่ชั้น 3 มี 17 คะแนนก็ตาม แต่ว่าพวกเขาก็ตามข้างหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงเพียง 1 แต้มแค่นั้น และก็ข้างหลังพักเบรกกลุ่มชาติทั้งคู่กลุ่มมีคิวดวลกันที่แอนฟิลด์ งานนี้สักครู่จะได้รู้กันว่าผลจะออกมากลุ่มหรือนายสิบ

  1. คล็อปป์ เด็ดเดี่ยวใช้แผนเกมบุกเยี่ยม แมนฯ ซิตี้-ข่าวฟุตบอล

ก่อนแมตช์สำคัญนี้มีกระแสข่าวออกมาตลอดว่า พบร์เก้น คล็อปป์ อาจตัดสินใจใช้ ดีโอหรูหรา โชต้า ลงเล่นตัวจริงร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ ซาดิโอ มาเน่ เพราะอีกทั้งสามคนนี้กำลังเล่นกันได้อย่างเข้ากัน ในตอนที่ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะทำหน้าเป็นยางอะไหล่อยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” และก็ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จำต้องอึ้ง เมื่อเขาตัดสินใจนำแนวรุกที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มลงเล่นพร้อม ด้วยระบบ 4-2-4 ซึ่งนับว่าเป็นความท้าเป็นอย่างมาก ในการวางหมากย้ำเกมบุกเพื่อสู้กับกลุ่มที่อดทนอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แถมยังเล่นในเอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม ซะด้วย

การเสี่ยงคราวนี้ต้องพูดว่าสำเร็จในตอนต้นเกม เมื่อ “หงส์แดง” เปิดตัวไล่บี้ แมนฯ ซิตี้ ตลอด แล้วก็สร้างจังหวะได้เหนือกว่าเจ้าของบ้านหลายหน จนกระทั่งมาได้จุดโทษ และก็เป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ฆ่าไม่เหลือซาก ฉะนั้นระบบนี้ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ตั้งรับผิด กว่าจะมามีสติได้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรก

เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าการส่งแนวรุก 4 ผสานได้แก่ มาเน่, ฟีร์มีโน่, โม ซาลาห์ และก็ โชต้า ลงสู่สนามพร้อม เป็นระบบที่สามารถจัดการฉีกจุดอ่อนของ แมนฯ ซิตี้ ได้ขาดกระจุย งานนี้บรรดาแฟนบอล “หงส์แดง” อาจมีลุ้นได้มองเห็นพวกเขาลงสนามพร้อมกันอีกในอนาคต

 

  1. โรคเดี้ยงบุกเยี่ยม “ลิเวอร์พูล” ตลอด

หนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับ ลิเวอร์พูล ในช่วงฤดูกาลนี้ก็คือนักฟุตบอลตัวหลักที่โดนการบาดเจ็บทำร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ถึงขั้นจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า และก็พักนานหลายเดือน ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียกับกลุ่มอย่างยิ่ง

โรคเดี้ยงกำลังรุกราม ลิเวอร์พูล อย่างมาก แต่ว่าโชคดีที่ โฌแอล มาว่ากล่าวป เรียกความฟิตลงสนามได้ในเกมเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องที่เหล่าสาวกหงส์แดงกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับบาดเจ็บหลังจากช่วยกลุ่มไปได้ 1 ชั่วโมงกว่าๆ

การบาดเจ็บของนักเตะคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นรอบๆกล้ามน่อง โน่นทำให้เจ้าตัวอดช่วยกลุ่มชาติอังกฤษในตอนพักเบรกกลุ่มชาติไปโดยปริยาย แม้กระนั้นที่น่าไม่สบายใจก็คือ “เจ้าหนูเทรนต์” ได้รับบาดเจ็บหนักแค่ไหน แล้วก็จะต้องพักนานกี่อาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้ คล็อปป์ การันตีแล้วว่าจำต้องคอยผลของการสแกนในวันจันทร์ที่ 9 พ.ย.นี้

เดี๋ยวนี้มีการคาดหมายกันว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บางครั้งอาจจะจำต้องพักมากยิ่งกว่า 2 อาทิตย์ เพราะฉะนั้นการบ้านข้อใหญ่ที่ คล็อปป์ จะต้องขบคิดในตอนพักเบรกกลุ่มชาติก็คือจะใช้งาน เจมส์ ไม่ลเนอร์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดียิ่งในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ หรือจะเสี่ยงให้โอกาส เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงเล่นตัวจริง

ในกรณีของ ว่ากล่าวอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ฟาบินโญ่ คงจะหายเจ็บกลับมาช่วยกลุ่มได้ในเร็วๆนี้ แม้กระนั้นถ้าเกิดกำเนิดในกรณีที่ทั้งคู่คนยังฟิตไม่ทันข้างหลังเกมพักเบรกกลุ่มชาติ งานนี้ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ได้แม้กระนั้นกุมขมับเนื่องจากขุมกำลังที่มีอยู่ออกจะจำกัด แม้กระนั้นการจำต้องลงในสนามแบบถี่มาก บางทีอาจส่งผลกระทบในการคุ้มครองแชมป์ลีกอย่างยิ่งจริงๆ

ดังนั้นก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถึงได้เรียกร้องให้มีการนำกฎเปลี่ยนแปลงผู้เล่นได้ 5 คนมาใช้ในเกมพรีเมียร์ลีก ภายหลังหลายลีกในยุโรปใช้แนวทางลักษณะนี้ เพื่อเป็นการปกป้องนักฟุตบอลเจ็บจากผู้กระทำรำศึกหนัก แต่ว่าดูเหมือนอาจไม่ได้รับไฟเขียวจากสโมสรฟุตบอลอังกฤษอยู่ดีข่าวฟุตบอล

  1. ฟีร์มีโน่ ขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง, ชากีปรี่ ยังมีส่วนสำคัญกับกลุ่ม

ในเวลานี้แฟนบอลหงส์แดง เริ่มกล่าวเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ เริ่มขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองสำหรับในการเล่น เนื่องจากว่าแมตช์นี้ คล็อปป์ ตกลงใจส่งแนวรุกลงไปในสนามพร้อม 4 คน แม้กระนั้นดูอย่างกับว่า ตัวรุกชาวบราสิเลียน ทำผลงานไม่เด่นเลย แถมในจังหวะสร้างความหวาดเสียวก็ทำเสียไปเฉย

ผลงานของ ฟีร์มีโน่ ไม่อาจจะบีบคั้นเกมรับ แมนฯ ซิตี้ ได้มากนัก บางจังหวะในเวลาที่กลุ่มกำลังได้เปรียบพอเพียงบอลไปอยู่กับเจ้าตัวก็ทำเสียไปซะงั้น ที่สำคัญยังมีหลายคราที่นักฟุตบอลหลุดเข้าไปในจุดโทษแต่ว่าไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังทิ้งจังหวะเด็ดๆที่จะช่วยยิงประตูให้กลุ่มในครึ่งแรก ยิ่งกว่านั้นยังพลาดโอกาสหลายๆครั้ง กระทั่งในที่สุด คล็อปป์ จำต้องสลับตัวออก

เวลาที่ เซอร์ดาน ชากีปรี่ ลงสู่สนามมาแทน ฟีร์มีโน่ แล้วก็ทำผลงานเจริญในระดับหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ โดยนักฟุตบอลบ่งบอกถึงถึงความตั้งใจจริง การทำงานหนัก รวมทั้งเพียรพยายามที่จะใช้ความรู้ส่วนตัวในการป่วนปั่นเกมรับของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเขาได้โอกาสเปิดบ้านงามๆ2-3 ครั้ง

 

ในตอนที่ หงส์แดง จำต้องพบสภาวะนักฟุตบอลเดี้ยง งานนี้ ชากีปรี่ ยังมีหวังที่กำลังจะได้ลงในสนามโดยตลอด รวมทั้งแม้เขาสามารถดึงศักยภาพชั้นยอดออกมาได้อีกที มีความเป็นไปได้สูงที่ตัวรุกกลุ่มชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะได้กลับมาเป็นอันมากหลักของกลุ่มในตอนหลายๆเดือนหลังจากนี้ข่าวฟุตบอล-ข่าวฟุตบอล-fifa555

  1. มาติป กลับมาทันการพอดิบพอดี-ข่าวฟุตบอล

สิ่งจำเป็นในแมตช์นี้ที่จะต้องกล่าวถึงก็คือการได้เห็น โฌแอล มาตำหนิป กลับมาฟิตสมบูรณ์เพื่อลงเล่นเกมนี้ได้ เพราะว่าถ้าดูจากนักเตะเซนเตอร์แบ็กที่มีอยู่อีกทั้ง นาธาเนียล ฟิลลิปส์ และก็ รีส วิลเลี่ยมส์ อาจจะไม่สามารถที่จะยับยั้งพลังเกมบุกของ แมนฯ ซิตี้ได้ในเวลานี้

การที่ มาติป กลับมายืนเป็นคู่หูเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ โจ โกเมซ ถือเป็นสิ่งที่แฟนบอล “ลิเวอร์พูล” รู้สึกโล่งใจมากมายๆเนื่องจากจอมบุกชาวแคเมอรูนมีประสบการณ์สูง รวมทั้งพอที่จะรับมือเกมรุกที่เต็มไปด้วยความดุเดือดของเจ้าบ้าน ซึ่งนักฟุตบอลแต่ละคนทั้งยังเร็ว และก็มีทักษะสูง

ฟอร์มส่วนตัวของ มาติป ก็จัดว่าอยู่ในระดับพอใช้ได้สำหรับผู้เล่นที่เพิ่งลงสู่สนามเกมแรกภายหลังจากพักไปนาน แถมยังเป็นการสู้กับกลุ่มชั้นเยี่ยมที่มีเกมบุกที่น่าขนลุกมากมายๆโดยแมตช์นี้เจ้าตัวมีการยืนตำแหน่งที่ดี, สะสางบอลในจังหวะสำคัญได้ตลอด แล้วก็มีจังหวะสกัดบอลได้อย่างแม่นยำหลายหน

กระนั้นถ้าหากดูในเรื่องของความรวดเร็วในช่วงเวลานี้ มาตำหนิป ยังนับว่าจำเป็นต้องใช้เวลาอีกซักระยะ เนื่องจากในจังหวะที่ เชซุส ทำประตูตีเสมอ ถ้าหากเป็นก่อนจะได้รับบาดเจ็บเขาคงจะคุ้มครองป้องกันเอาไว้ได้ทัน นอกเหนือจากนี้ยังพลาดโดนใบเหลืองจากการทิ่มหนักใส่ เควิน เดอ บรอยน์

 

แม้กระนั้นแม้มองดูภาพรวมแล้ว มาติป จัดว่าทำผลงานได้พอใช้กับการช่วยคุมแผงหลังให้กลุ่ม ทั้งๆที่พึ่งฟิตบริบูรณ์ ฉะนั้นแม้นักเตะได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ฟอร์มการเล่นเดิมๆก็คงเบาๆกลับคืนมาเรื่อยอย่างแน่นอน

 

  1. โปรแกรมสำคัญข้างหลังพักเบรกทีมชาติ

ขณะนี้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีความใกล้เคียงกันมากมายๆโดยกลุ่มท็อปสิกข์ซ์มีแต้มห่างกันไม่เท่าไรนัก ทำให้แม้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสียท่าทำคะแนนหลุดมือไป ช่องทางที่ชั้นจะหล่นก็มีสูงอย่างยิ่งจริงๆ ดังนั้นในตอนพักเบรกกลุ่มชาติที่ปรึกษาทุกคนมีการบ้านที่จะจำเป็นต้องขบคิดสำหรับเพื่อการเตรียมตัวก่อนที่จะบอลลีกจะกลับมาแข่งขันกันต่อ

สำหรับ ลิเวอร์พูล ต้องพูดว่านับว่าเป็นโชคดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียวที่มีโปรแกมกลุ่มชาติขั้นกึ่งกลางในช่วงเวลานี้ เนื่องจากนักเตะกองทัพ “ลิเวอร์พูล” มีสภาพร่างกายที่กรอบสุดๆแถมตัวผู้เล่นสำคัญหลายคนยังไม่หายเจ็บ เวลาเดียวกัน เทรนต์ อาร์โนลด์ ยังมาพบโรคเดี้ยงเพิ่มเติมอีกคน แต่ว่าการได้พักเบรกกลุ่มชาติ 2 อาทิตย์ คงจะทำให้นักเตะหลายท่านที่กำลังเรียกความฟิตกลับมาฟิตบริบูรณ์

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นถ้าหาก “ลิเวอร์พูล” ได้นักเตะอย่าง ตำหนิอาโก้ รวมทั้ง ฟาบินโญ่ กลับมาฟิตเต็มร้อย ในแมตช์ที่จะจะต้องจัดการ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ สิตี้ ในเกมลีกแมตช์ถัดไปหลังพักเบรกกลุ่มชาติ ถือเป็นเรื่องดีเลิศๆด้วยเหตุว่าจะทำให้พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง แล้วก็แม้เอาชนะแขกได้ก็จะได้กลับไปเป็นจ่าฝูงอีกทีทันที

 

 

สนใจสมัครร่วมเดิมพันได้ที่ FIFA55

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  @fifa55prime