หุ้นที่ซื้อได้ผลทดแทนคุ้ม??

อัตราส่วนราคาต่อผลกำไร (Price to Earning Ratio หรือ P/E)อัตราส่วนยอดนิยมตัวนี้จะบอกนักลงทุนว่า ราคาหุ้นเป็นกี่เท่าของผลกำไรที่บริษัทสร้างได้ ซึ่งมีผลถึงช่วงเวลาที่จำต้องใช้สำหรับเพื่อการคืนทุนของนักลงทุนด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัทมี P/E 10 เท่า มีความหมายว่า ณ ราคาหุ้น 10 บาท บริษัทได้กำไรได้ 1 บาท ถ้าหากบริษัทยังคงสถิติการทำผลกำไรปีละ 1 บาทไปเรื่อยๆในปีที่ 10 จะได้เงินคืนกลับมา 10 บาท หรือคืนทุนนั่นเอง

หุ้น-fifa55

อัตราส่วนราคาต่อผลกำไร = ราคาเดี๋ยวนี้ / ผลกำไรต่อหุ้น

Price to Earning Ratio = Price / Earning per Share

นักลงทุนบางทีอาจเคยได้ฟังนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า หุ้นนี้จะต้องมี P/E เท่านั้นเท่านี้ แต่จริงๆแล้วค่า P/E ไม่ได้มีมาตรฐานมาตรฐานที่แน่ๆ ขึ้นกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมรวมทั้งค่า P/E ในสมัยก่อนของบริษัทเองด้วย เมื่อเทียบแล้วผลออกมาว่า P/E สูงกว่าปกติหรือมากขึ้น เป็นได้ว่ามีนักลงทุนกำลังพอใจซื้อหุ้นตามข่าวสาร ทำให้ราคาพุ่ง แต่ว่าผลกำไรที่ทำเป็นยังดังเดิม หรือหุ้นกำลังเติบโต มีผลกำไรมากขึ้นทุกปี ทำให้ได้รับความพอใจซื้อมากขึ้น P/E ต่ำลงมากยิ่งกว่าธรรมดาหรือลดลง เป็นได้ว่านัมายากลงทุนได้ค้นพบหุ้นดีราคาถูก แต่จำต้องดูดีๆด้วยเหตุว่าบางบริษัททำเงินเพิ่ม / ลดไม่แน่นอน เมื่อผลกำไรมากขึ้นแต่ละหน P/E ก็ต่ำลง มองเป็นหุ้นดีราคาถูกได้

อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (Price to Book Value Ratio)

เปรียบให้มีความคิดเห็นว่า ถ้าเกิดนักลงทุนซื้อบริษัทวันนี้จำเป็นต้องใช้เงินมากหรือน้อยกว่าในขณะที่เจ้าของบริษัทตั้งบริษัทขึ้นมาเท่าใด

อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี = ราคาตอนนี้ / ราคาทางบัญชี

Price to Book Value Ratio = Price / Book Value per Shares

P/BV สูง แสดงว่า นักลงทุนจำต้องลงทุนสูงยิ่งกว่าที่เจ้าของธุรกิจใช้ในลัษณะของการสร้างธุรกิจ ยิ่ง P/BV สูงมาก ยิ่งพอๆกับว่าจำเป็นต้องใช้เงินทุนเยอะแยะกว่าผู้ครอบครองมาก จำต้องมองให้ดีว่าธุรกิจยังเติบโตและก็สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าถัดไปได้ไหม

P/BV ต่ำ แสดงว่า บริษัททำเงินเติบโตตลอดรวมทั้งนักลงทุนได้ลงทุนด้วยเงินแทบพอๆกับที่เจ้าของใช้จริงๆแต่ว่าต้องระมัดระวังว่าถ้าเกิดค่า P/BV ต่ำเหลือเกิน อาจเป็นเพราะค่าสินทรัพย์อะไรบางอย่างในบริษัทน้อยลง

P/BV ไม่สามารถที่จะบอกประสิทธิภาพสำหรับในการได้กำไรจากทรัพย์สินที่บริษัทถือครองอยู่ได้เลย ก็เลยจะต้องไตร่ตรองจากค่าอื่นประกอบและก็มองความสม่ำเสมอ แล้วก็แนวโน้มของ P/BV ของบริษัทเทียบกับคู่ต่อสู้ในอุตสาหกรรมด้วย

หุ้น-fifa555

ราคาสุทธิของกิจการค้า (Enterprise Value)

เป็นราคาของธุรกิจเมื่อคิดถึงหนี้ที่บริษัทได้ก่อไว้ด้วย เป็นอัตราส่วนที่ช่วยประเมินว่าบริษัทนี้กำลังถูกค้าขายในตลาดค้าหุ้นด้วยราคาที่ถูกหรือแพงกว่าราคาของธุรกิจการค้ามากแค่ไหน นั่นเป็น ถ้าเกิดมาร์เก็ตแคป ของบริษัทต่ำยิ่งกว่าค่าสุทธิของธุรกิจ มีความหมายว่าหุ้นยังราคาไม่แพงอยู่

ค่าสุทธิของธุรกิจ = ราคาตลาด + หนี้ – เงินสด

Enterprise Value = Market Cap + Debt – Cash and Investments

อัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio)

บอกนักลงทุนว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นสัดส่วนมากแค่ไหนของผลกำไรต่อหุ้นในแต่ละปี แต่สมมุติบริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นสัดส่วน 100% ไม่ได้มีความหมายว่า บริษัทนำผลกำไรต่อหุ้นในปีนั้นๆมาจ่ายเงินปันผลทั้งหมด แต่บางทีอาจเป็นการนำผลกำไรที่สะสมมาเรื่อยตั้งแต่ปีกลายๆมาจ่าย

อัตราการชำระเงินเงินปันผล (%) = (โบนัสต่อหุ้น / กำไรสุทธิต่อหุ้น) x 100

Dividend Payout (%) = (Dividend per Share / Earning per Share) x 100

บริษัทเงินปันผลเป็นสัดส่วนน้อยหรือมากมาย ไม่ได้บ่งบอกว่าธุรกิจดีหรือห่วย เพราะว่าในเรื่องที่ผู้บริหารเห็นสิ่งที่ต้องการจะต้องนำผลกำไรไปต่อยอดขยายกิจการ บางทีอาจไม่ชำระเงินเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นเลย แต่ว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนแบบ Capital Gain ที่สูงขึ้น

อัตราส่วนเงินโบนัสทดแทน (Dividend Yield)

กล่าวว่าถ้าเกิดนักลงทุนซื้อหุ้นที่ราคาหนึ่ง จะได้รับโบนัสคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของราคาที่จำต้องจ่ายไป

อัตราส่วนเงินโบนัสทดแทน (%) = (โบนัสต่อหุ้น / ราคาหุ้น) x 100

Dividend Yield (%) = (Dividend per Share / Price) x 100

บริษัทที่มี Dividend Yield สูง มักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ออกจะอิ่มตัว ไม่ค่อยนำเงินไปลงทุนต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติมอีก ทำให้ผลตอบแทนจาก Capital Gain หรือการเพิ่มขึ้นของราคาไม่ค่อยเพิ่ม เหมาะสมกับนักลงทุนที่ปรารถนาได้ Passive Income เป็นเงินโบนัสทุกไตรมาสหรือทุกปี โดยไม่ต้องกังวลกับการเสี่ยงสูงๆ

สนใจสมัครได้ที่ FIFA55,