เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกแพ้ เชลซี ร่วงเอฟเอคัพ

ลิเวอร์พูล ยังคงเมาหมัดไม่หยุดหลังเกมล่าสุดออกไปแพ้ เชลซี 0-2 ร่วงตกรอบ 5 ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขามีสถิติไม่ค่อยดีนักแพ้รวดในการเล่นเกมเยือน 3 แมตช์ติดต่อกัน แถมยิงประตูคู่แข่งมิได้เลยต้องยอมรับว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำผลงานได้ดีมากยิ่งกว่าในทุกตำแหน่ง และก็ได้โอกาสยิงประตูทีมเยือนหลายครั้ง ช่วงเวลาที่เกมรุกของ หงส์แดง ดูฝืดเคืองพอสมควร รวมทั้งอาจเป็นได้ว่าคู่แข่งเริ่มจับทางได้แล้ว ด้วยเหตุนั้น พบร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาการเล่นที่หลากหลายมากขึ้นขณะที่ ฟาบินโญ่ ดูเหมือนจะเป็นเป้าโดนตำหนิอย่างหนัก เพราะแมตช์นี้เจ้าตัวเล่นไม่ได้เลย ที่สำคัญประตูโดนนำยังมีส่วนบกพร่องแบบเต็มๆฉะนั้น คล็อปป์ จำต้องเริ่มหาทางแก้เป็นการด่วน ด้วยเหตุว่าการไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้แดนกลาง “เดอะ เร้ดส์” อ่อนฮวบไปเยอะ

ข่าวฟุตบอล

  1. ฟาบินโญ่ อาการหนัก

เกมนี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาที่แดนกึ่งกลางอย่างชัดเจน ยิ่งการไม่มี จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำให้ทีมขาดการสร้างสรรค์เกม ที่สำคัญ ฟาบินโญ่ ดันฟอร์มไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา งานนี้ คล็อปป์ อาจต้องขบคิดอย่างมากหากจะฝากผีฝากไข้กับ ดาวเตะชาวบราซิเลียน

จังหวะที่เสียประตูแรก ฟาบินโญ่ มีส่วนอย่างยิ่งเพราะเจ้าตัวดันจับบอลลั่นทำให้บอลทะลักไปหา วิลเลี่ยน ที่กดเต็มข้อไม่เหลือซาก ถึงแม้หลายคนอาจจะเห็นว่า โจ โกเมซ กับ อาเดรียน ก็จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย แต่ว่าทั้งหมดทั้งปวงทั้งมวล ดาวเตะเลือดแซมบ้า จำเป็นต้องโดนจวกหนักเป็นพิเศษนอกจากนี้เจ้าตัวยังเล่นเปิดเผยทำให้ทีมเสียบอลจนกระทั่งเกือบจะโดนทำประตูเพิ่ม แล้วก็ยังเข้าบอลช้าทำให้ทีมเสียลูกฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษ แต่ว่าดีนะที่ เมสัน เมาท์ ยิงชนคาน สำหรับแมตช์นี้จำต้องยอมรับว่า ฟาบินโญ่ เล่นได้ตกต่ำสุดๆและน่าจะแย่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์”

  1. ขาด เฮนโด้-ไวนัลดุม ขาดใจ

เดี๋ยวนี้หลายคนคงจะรู้แล้วว่า เฮนเดอร์สัน มีความสำคัญกับกลุ่มมากแค่ไหน เพราะการที่ไม่มีกัปตัน “เฮนโด้” แดนกลางของ หงส์แดง อ่อนฮวบจริงๆที่สำคัญยังขาดลูกหนักทำให้แผงมิดฟิลด์คู่แข่งเล่นได้สบายๆรวมทั้งไล่กดดัน “หงส์แดง” จนกระทั่งสร้างเกมมิได้

ยังไม่หมดเท่านั้นการที่ คล็อปป์ เลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ จับคู่กับ เคอร์ติส โจนส์ และ อดัม ลัลลาน่า แต่ว่าผลที่ได้กลับออกมาเป็นลบ เนื่องจากอีกทั้งสามคนไม่สามารถช่วยปั้นเกมแดนกลางได้เลย งานนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไรเจ้านายถึงไม่ส่ง ไวนัลดุม ลงมาช่วย เพราะว่าเห็นได้ชัดๆว่าสู้แดนกลางเชลซีไม่ได้เลย

แน่ๆว่าการไม่มี เฮนเดอร์สัน กับ ไวนัลดุม ทำให้กลุ่มขาดการเล่นแบบทะลุผ่าน แล้วก็รุนแรง เพราะเหตุว่าแม้ “เฮนโด้” อยู่ในทีม สาวก “เดอะ ค็อป” จะได้มองเห็นลูกดุดัน และก็ผู้กระทำล้าเข้าบอลแบบไม่กลัวเจ็บ ระหว่างที่ ดาวเตะชาวฮอลแลนด์ ใช้ความถนัดสำหรับการผ่านบอลที่แม่นช่วยสร้างช่องทางในการทำประตูให้ “เดอะ เร้ดส์”

ตอนนี้ คล็อปป์ คงจะจำต้องคิดแล้วว่าในตอนที่ เฮนเดอร์สัน ยังจะต้องพักรักษาการบาดเจ็บพวกเขาจะใช้งานคนใดกันปฏิบัติหน้าที่เป็นกองกลางตัวหลัก ถ้าว่ากันตามจริง เจมส์ ไม่ลเนอร์ น่าจะเป็นตัวแทนกัปตันทีมได้ เพราะเรื่องทุ่มเทเล่นหนัก เข้าบอลถึงลูกถึงคน “มิลลี่” ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว

  1. วิลเลี่ยมส์ ดูดีมีอนาคต

แม้ว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะใช้งาน โจ โกเมซ จับคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็ตาม แม้กระนั้นไม่ได้ช่วยทำให้กลุ่มเล่นเกมยอมรับได้แกร่งเหมือนในตอนก่อนหน้านี้ เพราะเหตุว่ามีหลายจังหวะที่ “ลิเวอร์พูล” ไม่สามารถต้านเกมรุกของเจ้าของบ้านได้เลย แต่ว่าขั้นต่ำๆก็มีสัญญาณที่ดีในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะ เนโก วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว

วิลเลี่ยมส์ เป็นหนึ่งในสองดาวรุ่งที่ได้รับช่องทางลงไปในสนามที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วก็เป็นอีกรอบที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเร่าร้อน โดยสามารถต่อกรกับ เปโดร ที่มีทั้งยังความเร็ว และก็ทักษะสูง ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีบ่อยมากที่เจ้าตัววิ่งขึ้นไปเติมเกมรุกให้กับทีม

ผลงานของ วิลเลี่ยมส์ ในเกมนี้ถือว่าสอบได้เลยทีเดียว เพราะเกมรับก็ทำเป็นดี เกมรุกนี่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของเจ้าหนูรายนี้ รวมทั้งที่สำคัญดูเหมือนกับว่า ฟูลแบ็กชาวเวลส์ จะรู้สึกชื่นชอบการวิ่งเพิ่มเติมเกมรุกมากมายเป็นพิเศษ แต่ว่าโชคร้ายที่แมตช์นี้นักเตะยังขาดความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการเปิดบอลจากขอบเส้น ซึ่งจุดนี้สามารถพัฒนาต่อได้ในอนาคตถึงแม้ตำแหน่งแบ็กขวายังคงเป็นของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ตาม แต่ว่าเมื่อดูเรื่องอนาคตขอบอกเลยว่า วิลเลี่ยมส์ มีโอกาสที่จะปรับปรุงฝีเท้าขึ้นมาเรื่อยแถมดูเหมือนกับว่า คล็อปป์ พร้อมเปิดโอกาสนักฟุตบอลรายนี้พอควร ด้วยเหตุนั้นถ้าเกิด เทรนต์ ฟอร์มหลุด มีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

ข่าวฟุตบอล-fifa55

  1. แพ้เกมเยือน 3 นัดติด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วเวลานี้ หงส์แดง ทำผลงานได้น่าผิดหวังเหลือเกินกับการเล่นเกมเยือน เนื่องจากพวกเขาแพ้เกมนอกบ้าน 3 แมตช์ต่อเนื่องกัน จากการเล่นในทุกรายการ ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อเดือนพฤศจิกายน 2014 ในสมัยที่เบรนดินแดน ร็อดพบร์ จับบังเหียน

ยังไม่หมดแค่นั้น “หงส์แดง” ยังแพ้ 3 จาก 4 เกมจากการเล่นทุกรายการ นอกจากนี้ทั้งยัง 3 แมตช์ที่แพ้พวกเขายิงมิได้เลย แถมช่องทางสำหรับการยิงตรงประตู ก็น้อยนิดอย่างยิ่ง ซึ่งโน่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกมรุกของยอดกลุ่มที่ถิ่นแอนฟิลด์ กำลังเจอปัญหาอย่างนัก

คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งต้องหาวิธีการเล่นเกมรุกที่มีความหลากหลาย เพราะว่าช่วงนี้ดูราวกับว่าทุกๆทีมเริ่มทราบดีแล้วว่า หงส์แดง จะเล่นแบบไหน และก็การตั้งรับลึกทำให้เกมรุกของ “ลิเวอร์พูล” ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำคะแนนได้ โดยเหตุนั้นในแมตช์ถัดไปที่จำต้องต่อกร บอร์นมัธ พวกเขาจำต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้อีกแน่ๆ ถ้าไขปัญหาไม่ได้ มีสิทธิ์ส่งผลกระทบต่อความแน่ใจเลยทีเดียว

 

 

  1. เกป้า พิสูจน์คุณค่าตัวเอง

เกปา อาร์รีซาบาลาก้า แสดงให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้มองเห็นแล้วว่าเขาคู่ควรที่จะเป็นมือ 1 ของ เชลซี ข้างหลังตอนที่ผ่ามาเจ้าตัวโดนดร็อปเนื่องจากว่าดันทำผลงานบกพร่องหลายเกม แม้กระนั้นสำหรับแมตช์เขี่ย หงส์แดง หล่นไม่เข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพ เจ้าตัวโชว์ฟอร์มสุดหนึบจริงๆ

ตอนครึ่งแรก หัวหน้าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสทำประตูพอเหมาะพอควร โดยเฉพาะจังหวะที่พวกเขาคงจะได้ประตูตีเสมอ แต่ว่าโดน นายด่านชาวสแปนิช โชว์โคตรมหาซูเปอร์เซฟ 3 ครั้งติดต่อกันเริ่มจากจังหวะของ ซาดิโอ มาเน่ และก็ตามด้วย ดิว็อค โอริก้า รวมทั้งปิดท้ายจาก เคอร์ติส โจนส์

ที่ผ่านมา เกปา บางครั้งอาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเรื่องการเสียตำแหน่งในทีมชาติสเปนเพื่อไปลุยศึกยูโร 2020 ในตอนซัมเมอร์นี้ เพราะว่า “แลมพ์ส” เลือกใช้งาน วิลลี่ กาบาเยโร่ ปฏิบัติภารกิจเฝ้าเสาตอน 6 เกมก่อนหน้านี้ แต่ว่าด้วยฟอร์มของเจ้าตัวในแมตช์นี้ คงจะทำให้ นายใหญ่ “สิงโตน้ำเงินคราม” จำต้องกลับมาทวนอีกทีว่าจะให้คนไหนกันแน่ลงเป็นมือ 1 ในแมตช์เจอ เอฟเวอร์ตัน วันอาทิตย์นี้

 

สนใจสมัครร่วมเดิมพันได้ที่ FIFA55FIFA555

ติดตามทีเด็ดฟุตบอลรายวันได้ที่ ทีเด็ดฟุตบอล