ผู้จัดการทีมล้าสมัย?

โชเซ่ มูรินโญ่ พึ่งแก่ครบ 57 ปีไปเมื่อม.ค.ที่ผ่านมานี่เองถ้าหากในฐานะผู้จัดการทีม – วัย 57 กะรัต ถือว่ายังไม่มากสักเท่าไหร่ ยังสามารถเลี้ยงชีพที่อุดมด้วยความเครียดอย่างงี้ได้อีกนานแต่เขากลับถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ “ตกยุค” ไปเรียบร้อย

ข่าวฟุตบอล

คำว่า “ตกยุค” นับได้ว่าเป็นคำกล่าวหาที่รุนแรงมากสำหรับคนดำรงชีพโค้ช เป็นเหมือนเอ็งไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากชื่อเสียงเก่าๆกระทั่งตามไม่ทันฟุตบอลสมัยใหม่ สู้กุนซือแบบใหม่ๆไม่ค่อยได้

รู้เรื่องว่าน่าจะเพราะผลงานในช่วงหลังของคุณพี่เขานั่นแหละทำให้ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรงแบบนี้โทษฐานที่เป็นผู้จัดการทีมของ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ กุนซือที่ผมตั้งชื่อให้อย่างน่ารักน่าถีบว่า “มูมู่” คุมทีมลงเล่นไปแล้ว 23 นัดในทุกรายการ ปรากฏว่าผลงานของคลับไก่ยังไม่สม่ำเสมอ โดยชนะ 11 นัดหมาย เสมอ 4 นัดหมาย แล้วก็แพ้ไปถึง 8 นัดหมาย อัตราชนะคู่แข่งขันอยู่ที่ 49% เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่แมื่อตอนคุม ปอร์โต้ อย่างยิ่งจริงๆ (ไม่นับตอนเป็นมือใหม่คุมทีมเล็กๆในโปรตุเกสอย่าง เลเรีย ที่มีอัตราชนะแค่ 45%)

ย้อนกลับไปเวลาที่รุ่งเรืองสุดๆในชีวิตกุนซือ มันน่าจะอยู่ในตอนระหว่างปี 2003-2010 ที่คุม ปอร์โต้, เชลซี (รอบแรก) แล้วต่อด้วย อินเตอร์ มิลาน นั่นแหละ

ภาพลักษณ์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มากด้วยเหลี่ยมเล่ห์และก็กลยุทธ์ แถมมีความเขี้ยวยาวลากดินพอๆกับมีความละเอียด รวมทั้งถ้วนถี่ ด้วยวิธีการเล่นแบบเน้นย้ำผลการแข่งขัน

ชัยชนะรวมทั้งการบรรลุเป้าหมายในความหมายของเขามีความสำคัญกว่าสไตล์การเล่นอันสร้างสรรค์ รวมทั้งความเร้าอารมณ์ของท่านผู้ชมด้วย

ในระหว่างปี 2003-2010 โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งตัวเองเองเป็นกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดรวมกันถึง 5 ยุค แล้วก็แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สมัย แถมยังมี “ทริปเปิ้ลแชมป์” อีก 1 ครั้ง

เขาก็เลยถูกจัดเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาผู้เป็นเครื่องหมายที่ความสำเร็จที่วงการลูกหนัง

ต่อไปดูเหมือนความร้อนแรงของเขาจะตกลงไปบางส่วน ตกลงไปนับจากถูกดึงตัวไปคุมทีมระดับทวยเทพอย่าง เรอัล มาดริด ก่อนซมซานกลับมาอยู่กับ เชลซี อีกรอบ

กระนั้นก็ดีขนาดอ่อนกำลังลงไปก็ยังอุตส่าห์เสกให้ทั้งทีมชุดขาวรวมทั้งสิงห์บลูส์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เสร็จอยู่ดี

แต่ทว่านับจากครองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งปัจจุบัน เมื่อฤดู 2014-15 ดูเหมือนกับว่ารังษีเหี้ยมโหดอำมหิตของเขาจะอ่อนแรงลงไปอย่างน่าตกใจ และก็ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกสูงสุดอีกเลย

คิดหัวข้อนี้และต้องการหัวเราะออกมาเป็นภาษามอนเตเนโกร

เพราะตอนคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีกหนสุดท้าย ผู้ครอบครองสมญา “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” พึ่งแก่ 52 ขวบ เพียงเท่านั้น

อายุเพียงแค่ 52 แต่ว่ามันเปลี่ยนไปจุดเริ่มต้นของ “ขาลง” สำหรับการดำเนินอาชีพนี้ซะแบบงั้น

ระหว่างที่บรมกุนซือผู้ไม่ต่างจากสถาบันที่การบรรลุผลอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นยุคแรกในชีวิต ตอนอายุเท่าใด รู้ไหมครับ ???

คำตอบคือ 52

เฟอร์กี้ครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีกทีแรก ตอนอายุห้าบสอง

แม้เทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ หรือมองดูถึงค่าถัวเฉลี่ยที่ความสำเร็จตามหลักเลข มันมีแนวโน้มสูงเหลือเกินว่ากว่าจะล่ำลาอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอลในวัยแก่ โชเซ่ มูรินโญ่ น่าจะบรรลุผลสำเร็จในต้นแบบถ้วยรางวัลมากกว่า เซอร์ อเล็กซ์

เฟอร์กูสัน

เปลี่ยนไปเป็นว่าตอนที่พ่อยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด มูยิ่งแก่ยิ่งเหี่ยวซะอย่างนั้น

เทรนด์บอลยุคใหม่ในช่วงปัจจุบันมันจะต้องเล่นเกมรุกดุเดือดบนความสวยพลางสร้างความสนุกสนานบันเทิงใจให้แด่ท่านผู้ชมด้วย

อย่างไรก็แล้วแต่

วิธีการเล่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ ตามสายตาของผม มันยังไม่ตกสมัยครับผม

ด้วยเหตุว่ามันก็เป็นยุทธวิธีที่จัดอยู่ในชนิด ‘สูตรสำเร็จ’ ของกลุ่มที่ด้อยกว่านั่นแหละ ซึ่งความจริงมันก็คือหนึ่งใน “กลอุบาย” ของเกมฟาดหน้าแข้ง เพียงกุนซือจอมถือตัวผู้นี้สามารถเอา “แผนการ” มาใช้ปรัชญาการเล่นหลักของตนจนกระทั่งไปถึงเป้าหมาย

สถิติหนึ่งที่ยังอยู่ยงคงกระพัน และไม่ถูก หงส์แดง กระทืบทำลายเป็นสถิติเสียประตูต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดู 2004-05 ที่ตลอดฤดูเสียไปเพียงแค่ 15 ประตูเพียงแค่นั้น

จุดนี้รับรองแบบอย่างการเล่นของ “มูมู่” ว่าเป็นแบบไหนได้อย่างหนักแน่น

กระทั่งเก้าอี้หัก (จากการถูกเลื่อยไฟฟ้าในมือลูกทีมหั่น) ตอนคุม เชลซี รอบ 2 แล้วเลื้อยก้นลายหนังไก่ไปที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อขายวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดง

ในขณะนั้น ผมมั่นใจว่าด้วยความมั่งมีของ แมนฯ ยูไนเต็ด และก็ความสามารถของกุนซือผู้นี้คงจะนำมาซึ่งการบรรลุผลระดับแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกรอบ

จนแล้วจนรอดก็ไม่ใกล้เคียง ซ้ำยังถูกวิพากษ์-วิจารณ์อย่างหนักเรื่องสไตล์การเล่นที่ไม่เหมาะสมกับปีศาจแดง

ก็ขนาดพบทีมที่วรรณะต่ำกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จากการทำงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่ค่อยกล้าเปิดเกมรุกใส่เขาเลยคุณ

เฉพาะอย่างยิ่งในโลกลูกหนังสมัยโมเดิร์นที่ หงส์แดง กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นหัวหอกของพรีเมียร์ลีกที่แสดงกรรมวิธีเล่นเกมรุกอันดุเดือด รวมทั้งกะซวกไส้ แต่ว่าใส่ไว้ซึ่งความสง่า – บอลเน้นย้ำผลตามแบบฉบับของ เดอะ สเปเชี่ยล วัน กลายเป็นล้าสมัยไปโดยพลัน

นอกจากนี้การเช็ดกให้ออกจากตำแหน่งแบบเป็นสม่ำพลางเปลี่ยนแปลงกลุ่มมากเกินไปยังทำให้การคุมกลุ่มของเขาในตอนหลังขาดความเกี่ยวเนื่อง

ข่าวฟุตบอล-fifa55

ต่อไปนี้ถามคำถามว่า โชเซ่ มูรินโญ่ “ตกสมัย” ไปแล้วจากที่ถูกให้ร้ายใช่หรือไม่ ???

อืมมมมมมิลลิเมตร..นะ

เป็นผมก็ตอบมิได้แบบเดียวกันว่าหากเขาไปคุม หงส์แดง หรือ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้แล้วจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหรือไม่

แต่ลองหลับตาคิดภาพของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำตัวน่าเบื่อ ด้วยเล่นบอลแบบย้ำผลการแข่งขันกับคู่ต่อสู้อย่าง ไบรท์ตัน หรือ เบิร์นลี่ย์ มองครับ

มันคิดภาพแบบนั้นไม่ออกใช่ไหม

เมื่อไม่มีอาวุธครบมือราวกับยุคที่คุม เชลซี พิจารณาได้ว่าผลงานของผู้จัดการทีมผู้นี้จะลุ่มๆดอนๆสักครู่ดี สักครู่ร้ายจนถึงภาพลักษณ์ของตัวเขาเองชักไม่น่าขามเกรงเหมือนเก่าก่อน

ยุคยังรุ่งๆเพียงแค่โผล่หน้าเสมือนคนอมชักโครกออกมา มันก็ข่มขู่คู่ต่อสู้ให้ใจสั่นได้แล้ว แถมยังให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่าเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ประมือด้วยยากพินาศ

ไม่ว่าจะคุมกลุ่มไหน ลูกทีมของเขาจะแพ้ยากเหมือนไม่ทางโค่นล้ม

อนิจจา…เดี๋ยวนี้ภาพลักษณ์แบบงั้นแทบไม่หลงเหลือ

สถานการณ์ของ สเปอร์ส และนาทีนี้ก็ไม่ค่อยจะโสภาสักเท่าไหร่ นอกเหนือจากที่จะไม่มีดาวกระหน่ำประตูตีนวางอันดับต้นๆอย่าง แฮร์รี่ เคน ยังมีอันจะต้องมาเสียดาวซัลโวชั้น 2 ของทีมอย่าง ซน ฮึง ไม่น ไปอีกคน

ไม่หนำยังยงโย่ยงหยก เมื่อจะมีผลให้กลุ่มอย่าง “คลับไก่” ใช้แนวทางการเล่นแบบ “พาร์ค เดอะ บัส” มันก็มองยุ่งยากใจชอบกล พอจะเล่นเกมรุกบุกแหลกก็ดันไม่มีอาวุธหนักมากมายเพียงพอซะอีก

หากผลงานยังกระท่อนกระแท่นอย่างงี้ บารมีที่เคยเบ่งบวมก็จะยิ่งลดน้อยลงไปอีกเรื่อยๆล้าสมัยหรือเปล่า…ไม่เคยรู้ – ที่ทราบๆเป็นชื่อเสียงของ โชเซ่ มูรินโญ่

มันเอามาข่มขวัญคู่ต่อสู้ไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว !!!

 

สนใจสมัครร่วมเดิมพันได้ที่ FIFA55FIFA555

ติดตามทีเด็ดฟุตบอลรายวันได้ที่ ทีเด็ดฟุตบอล